🔵ผมเคยทำงานให้กับบริษัทฯยักษ์ใหญ่ข้ามชาติอย่างน้อย 2 บริษัทฯในธุรกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองแห่งล้วนเป็นเบอร์ 1 โลก และในปัจจุบันก็ยังคงครองตำแหน่งนั้นอยู่
🔵ทำให้รู้ดีว่าบริษัทฯเหล่านี้ล้วนมีจุดแข็งด้านตัวสินค้าเอง และระบบการบริหารงานที่ยอดเยี่ยม สามารถกำหนดความต้องการของตลาดได้ตามสมควร ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนได้มาจากทรัพยากรที่มหาศาล และประสบการณ์ทำธุรกิจมาอย่างยาวนาน
----------------------------------------
❓คำถามคือแล้วถ้าเป็น SMEs อย่างเราๆท่านๆ ที่จำเป็นต้องเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด แม้จะซักเศษเสี้ยว บอกได้เลยว่างานนี้ไม่ง่ายแน่ๆ
----------------------------------------
🤔แล้วเราควรทำอย่างไร ถ้าอยากเป็นเบอร์ 1?
----------------------------------------
✅คำตอบนี้ง่ายมากครับ ก็แค่ถ้าผู้นำเขาคิดอย่างไร ทำอย่างไร เราก็อย่าคิดเหมือนเขาก็แค่นั้นเอง
คิดเหมือนเขา ทำเหมือนเขา เราก็ยังเป็นเบอร์ 2 อยู่วันยังค่ำ เพราะคู่แข่งที่ตัวใหญ่กว่าเป็นคนกำหนดเกมส์ แล้วเราจะไปชนะในเกมส์ที่เขาเป็นคนกำหนดกติกาได้อย่างไร
✅เปรียบเสมือนถ้าเราเป็นเพียงนกกระจิบตัวเล็กๆ น่ารักๆ แต่ดันจะไปท้าแข่งว่ายน้ำกับฉลาม แล้วเราจะสู้ในทะเลได้หรือไม่ละ ก็ลองคิดดู🐥🦈
✅ทำไมไม่ลองกวักมือเรียกฉลามตัวนั้น มาบินแข่งกับเราในท้องฟ้าละครับ ง่ายกว่ากันตั้งแยะ🐥🦈
------------------------------------------
🔴มีอยู่สมัยหนึ่งครับ ที่ผมไปทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่ดูแลยอดขายทั้งประเทศ คู่แข่งเราในตอนนั้นก็เป็นเบอร์หนึ่ง และที่นำขาดสุดๆก็คือภาคอีสาน เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด บริษัทฯเราก็เห็นโอกาสเช่นเดียวกัน
🔴เลยพยายามออกสินค้าประเภทเดียวกับคู่แข่ง แม้จะออกสินค้าไปหลายตัว ก็ไม่เคยสู้ได้ซักที สินค้าขายไม่ออก จนถูกตีคืนมาที่บริษัทฯจนต้องเพิ่มพื้นที่ขยายโกดังเพื่อรองรับ หนักๆเข้าร้านค้าก็เกิดความไม่มั่นใจกับตัวสินค้าของเรา ถ้าอยากจะเข้าสินค้าเข้าไปทดลองวางขาย ต้องเป็นระบบ “ฝากขาย” เท่านั้น
🔴ขายได้กี่ชิ้น ก็เก็บเงินไปเท่านั้น คราวนี้งานงอกที่ฝ่ายขาย ยันฝ่ายบัญชีเลย เพราะฝ่ายขายแทนที่จะเข้าไปจดออเดอร์ได้ตามปรกติ งานนี้ต้องเข้านับสต๊อกสินค้าทุกชิ้น แล้วมาตรวจกับระบบขายหลังบ้านของร้านลูกค้า บอกได้เลยว่าโอกาสที่จำนวนที่ขายไป กับสต๊อกคงเหลือในระบบจะตรงกัน 100% มีน้อยมาก ดังนั้นร้านค้าก็เลยจ่ายแค่จำนวนที่บันทึกในระบบเท่านั้น
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเซลส์กับเจ้าของก็เริ่มเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ การเงินการทองเริ่มมีปัญหา ฝ่ายบัญชีเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยไปให้ผู้บริหารระดับสูง😭
------------------------------------
🟡วันหนึ่งในการประชุมร่วมระหว่างฝ่ายขายกับฝ่ายการตลาด Agenda หลักคือขืนเป็นอย่างนี้บริษัทฯเรามีปัญหาแน่ ผมเลยมีความคิดแผลงๆ โยนโครมลงบนโต๊ะกลางห้องประชุมเลยว่า
🟡“ทำไมเราต้องแข่งกับเขาที่ภาคอีสานด้วยละ เราสามารถทำการตลาดแล้วออกสินค้าที่เหมาะกับคนภาคอื่นได้หรือไม่ เพราะตัวผมเองก่อนหน้านี้เคยทำงานที่บริษัทฯอื่น แล้วอยู่ภาคใต้มาตั้งหลายปี
แมัจำนวนประชากรที่นี่จะน้อยกว่าภาคอีสานก็ตาม แต่พอเทียบรายได้ต่อหัวแล้ว ภาคใต้เป็นรองแค่กรุงเทพฯเท่านั้น”
------------------------------------
🟢จากจุดคำถามที่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆแบบนี้นี่เอง ทำให้เราตั้งต้นแนวความคิดใหม่ตั้งแต่วินาทีนั้น หลังจากนั้นทั้งฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดเริ่มทำงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เราเริ่มต้นออกสินค้าที่เหมาะสำหรับชาวใต้ กางจำนวนร้านค้าในภาคใต้ทั้งหมดที่มี แล้วทุ่มงบประมาณการตลาดส่วนใหญ่ไปยังภาคใต้เดียว
🟢แม้ที่เขามีเงินเยอะกว่าในการทำการตลาด แต่เขาต้องจำเป็นใช้เงินกระจายไปทั่วทั้งประเทศ แต่ของเราเอาเงินเกือบทั้งหมดไปลงที่เดียวแม้งบโดยรวมจะน้อยกว่าก็ตาม แต่พอเน้นไปที่เดียว บอกได้เลยว่าเงินเรามากกว่าแน่ๆ
------------------------------------
✅สุดท้ายสินค้าตัวนี้ก็ตอบโจทย์คนภาคใต้ ยอดขายปังมาก จนคู่แข่งเขาต้องมาแข่งกับเราในเกมส์ที่เราเป็นคนกำหนดกติกา แต่ตอนนี้เราไปไกลมากจนเขาตามไม่ทันแล้ว
พี่อยากจะขายอีสาน หรือจะเป็นภาคอื่นพี่จัดไปก่อนเหอะครับ
✅แต่ตอนนี้ที่ภาคใต้ผมขอนะ แล้วขอสะสมกระสุนอีกนิดหน่อยพอให้มีทุน เด๊ยวเราค่อยไปเจอกันใหม่ในตลาดอื่น
✅ตอนนี้ฉลามเพิ่งจะเริ่มหัดบินเพื่อมาแข่งกับเราในท้องฟ้าละครับ มามะ...มา...เด๊ยวนกกระจิบจะจิกให้ตาหลุดเลย ฉลามน้องรัก🦈
😁😁😁
บทความนี้สามารถเผยแพร่ได้ตามที่เห็นสมควร
-บุ้ง ดีดติ่งหู-
Marketing&Sales Consultant
Underdog Academy
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า